ค้นหา
ไทย
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
ชื่อ
การถอดเสียง
ต่อไป
 

ความแตกต่างระหว่าง ศาสนาพุทธกับศาสนาคริสต์ ตอนที่ 8 จาก 15 ตอน: คำถามและคำตอบ

รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ในตอนนี้ ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ จะอธิบายถึงเส้นทางแห่งแสง และเสียงแห่งสวรรค์ภายใน และให้เคล็ดลับในการพิจารณาว่า ใครคืออาจารย์ที่แท้จริง

(ผมมาสายและไม่แน่ใจว่า ท่านอาจตอบคำถามนี้ ไปแล้วหรือยังครับ แต่ขอถามคำถามนี้ อีกครั้งนะครับ ท่านรู้จักซันต์มัต หรือสุรัต ชับด์ โยคะ หรือไม่ครับ?) ใช่ ๆ ฉันรู้จัก

(สิ่งนี้แตกต่างจาก สิ่งที่ท่านกำลังสอนอย่างไร และท่านมีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องนั้นครับ?)

อาจจะคล้ายกัน ในชั้นเรียนของฉัน จะครอบคลุมเนื้อหามากกว่า ทั้งในด้านความรู้ และคำอธิบาย (ดังนั้น ท่านกำลังสอนเรื่องเดียวกัน ใช่ไหมครับ?) ฉันคิดว่าใช่ (โอเคครับ มีหนังสือของท่าน อธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมไหมครับ ผมหาซื้อได้หรือไม่?) ไม่ ไม่มีคำอธิบาย ไว้ในนั้น เนื่องจากธรรมวิถี [กวนอิม] ไม่อาจบรรยายได้ ทำได้เพียง ถ่ายทอดในความเงียบเท่านั้น สิ่งที่ฉันอธิบายไปนั้น เป็นเพียงปรัชญาประเภทหนึ่ง (ดังนั้น วิธีการทำสมาธิของท่าน เกี่ยวข้องกับแสงสว่างภายใน (แห่งสวรรค์) และเสียงภายใน (แห่งสวรรค์) ใช่ไหมครับ?) ใช่แล้ว (โอเค ขอบพระคุณครับ)

(แต่ขอโทษครับ ปลอดภัยกว่าด้วย และทรงพลังกว่ามากครับ เมื่ออยู่กับท่าน[อนุตราจารย์]ชิงไห่) (ทรงพลังยิ่งกว่า คุรุชาวอินเดียในสาย ของชิฟ ดายาล ซิงห์เหรอครับ?) ไม่ เราไม่ควรพูดแบบนี้ (โอเคครับ)

เห็นไหม เราไม่ได้พยายาม เปรียบเทียบอะไร เพราะแต่ละคน มีความชื่นชอบและศรัทธา ในอาจารย์แต่ละท่านแตกต่างกัน หากคุณรู้สึกว่า ซันต์มัตดึงดูดใจคุณ นั่นคือเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว ถ้าคุณรู้สึกว่า ฉันน่าสนใจกว่าสำหรับคุณ แสดงว่าคุณมีบุญสัมพันธ์ กับฉันมากกว่า

(ท่านมีเชื้อสายอะไรครับ? ใครคืออาจารย์ของท่าน และอาจารย์ ของอาจารย์ของท่าน เป็นต้น?) อยู่ที่เทือกเขาหิมาลัย เชื้อสาย ไม่ได้มาจากคนเพียงคนเดียว สิ่งนี้มาจากพระเจ้า และมันก็ผ่าน ช่องทางต่าง ๆ กัน

(ในความคิดของท่าน บนโลก จะมีอาจารย์เพียงคนเดียวในแต่ละ ช่วงเวลา หรืออาจมีหลายท่าน?) มากมาย (ขอบพระคุณครับ)

เพราะมีประเทศมากมายเหลือเกิน อาจารย์เพียงคนเดียวไม่สามารถ ตอบสนองความต้องการของทุกคน (ครับ) นอกจากนี้ ร่างกายก็มีขีดจำกัด ดังนั้นในสมัยที่พระพุทธเจ้า ยังมีพระชนม์ชีพ ก็มีอาจารย์ อีกท่านหนึ่งอยู่กับพระองค์ด้วย บางครั้งอาจมีมากมาย บางครั้งอาจมีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการในขณะนั้น แต่บางครั้งอาจารย์ท่านหนึ่ง ก็โด่งดังมาก อาจารย์ท่านอื่นอยู่ในเงา หรือเป็นที่ยอมรับมากกว่า แค่นั้นเอง ตัวอย่างเช่น ปัจจุบัน ทุกคนรู้จักพระพุทธเจ้า เพราะพระองค์ได้รับการยกย่อง ตั้งแต่ 2600 ปีที่แล้ว ทุกคนรู้จักพระคริสต์ ดังนั้น ท่านอื่น ๆ จึงอยู่ภายใต้เงาของพวกท่าน ดังนั้น ซันต์มัตก่อตั้งขึ้น มาหลายทศวรรษแล้ว ตั้งแต่สมัย คุรุ นานักหรืออะไรทำนองนั้น เมื่อประมาณ 500 ปีที่แล้ว แน่นอนว่า พวกท่านเป็นที่รู้จักและได้รับ การยอมรับมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นเป็นสาย ตระกูลเดียวที่มีอยู่ มิเช่นนั้น พระพุทธเจ้า จะได้รับเชื้อสายนั้น มาจากไหน แล้วอาจารย์ชาวจีน และชาวญี่ปุ่นต่างได้ความรู้ เหล่านั้นมาจากไหนเป็นต้น? ในเวลานี้ มีอาจารย์ มากกว่าปกติ ในบางครั้ง อาจมีเพียงหนึ่ง สอง หรือสามคนเท่านั้น ในขณะนี้ มีจำนวนมากกว่านี้มาก

(จะแยกแยะความแตกต่างระหว่าง อาจารย์แต่ละท่านได้อย่างไรครับ อาจารย์มีหลายระดับ หรือไม่ครับ?) ในเส้นทางเดียวกัน หรือเส้นทางที่แตกต่างกัน? (เส้นทางต่างกันครับ) โอ้ (จะตัดสินได้อย่างไรว่า ใครคือคนที่ใช่ครับ?) ใครคือผู้ที่ใช่? (ใช่ครับ) ใช่ คุณนับถือซันต์มัตอยู่หรือเปล่า (ผมเข้ารับการประทับจิตที่โฮโนลูลู) กับใคร? (ดาร์ชาน ซิงห์ครับ)

โอ้ ใช่ อาจารย์คีร์ปาล ซิงห์ของคุณ จะบอกคุณว่า มีหลายหนทางไปสู่พระเจ้า แต่หนทางแห่งแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) นั้น ปลอดภัยที่สุด ท่านไม่ได้บอกว่ามีแค่ที่นั่นที่เดียว (ท่านกำลังบอกว่า ท่านไม่ได้บอกว่า นั่นเป็นหนทางเดียวใช่ไหมครับ?) ไม่ ท่านไม่ได้ทำอย่างนั้น ท่านกล่าวว่า "ปลอดภัยที่สุด เร็วที่สุด (ใช่ครับ) และดีที่สุด" ใช่ ฉันก็คงพูดแบบเดียวกัน แต่ท่านไม่ได้บอกว่า นั่นเป็นเพียงหนทางเดียว บางครั้งผู้คนก็อาจได้รับ ผลจากการถวิลหาพระเจ้า ความจริงใจ หรือการอุทิศตนตลอดหลายภพชาติ สิ่งที่เราหมายถึงก็คือ หากปราศจากการสัมผัสกับแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) นี้ คุณก็ไม่สามารถเข้าถึงพระเจ้าได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีการ เพราะจริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่วิธีการอะไรเลย นี่เป็นเพียงวิธีการเชื่อมต่อ กับแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) และหากคุณพยายามเข้าถึงแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) -และแค่นั้น! คุณได้รับการรู้แจ้งแล้ว แต่ถ้าคุณมีอาจารย์ ที่เชื่อมโยงกับแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) อยู่แล้ว ท่านจะช่วยคุณได้เร็วขึ้น แค่นี้เอง

มันไม่ใช่เป็นวิธีการอะไรเลยจริง ๆ มันเป็นเพียงพลังแห่งพระเจ้า ความปรารถนา และศรัทธาเท่านั้น และเพราะภายในตัวของอาจารย์นั้น มีปรารถนา ศรัทธา และคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ มันจึง มาถึงคุณราวกับเป็นแรงกระตุ้นอย่าง กะทันหัน และจากนั้นคุณก็จะเปิด แต่จริง ๆ แล้วคุณไม่รู้สึกตกใจหรอก มันแค่หมายถึงความตกใจเงียบ ๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้นเอง ถ้าคุณพยายามทำทุกอย่าง ด้วยตัวเอง คุณจะเข้าถึงแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) ได้ยาก แค่นี้เอง

ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่ได้สัมผัส กับแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) และมีศรัทธาต่อพระเจ้าอย่างแท้จริง เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็จะกลายเป็นอาจารย์ จากนั้นพวกเขาก็สามารถ เผยแผ่ไปสู่ผู้อื่นได้ เพราะภายในตัวพวกเขานั้น เต็มไปด้วยแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) อย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงินเยอะ คุณก็สามารถ ให้คนอื่นได้ เข้าใจไหม? (เข้าใจครับ)

(ผมมีคำถามเกี่ยวกับ สิ่งที่เขาพูดครับ และคำถามแรกนั้น โดยพื้นฐานแล้วเกี่ยวกับเกณฑ์ ในการคัดเลือกผู้ที่จะ เป็นอาจารย์คืออะไรครับ? เพราะอย่างที่ท่านบอก ตอนนี้ มีอาจารย์มากมาย แต่ก็มีอาจารย์ปลอมอยู่เยอะเช่นกัน) ใช่ (และถ้าลองเปิดหนังสือพิมพ์ดู คุณจะเห็นโฆษณา ของอาจารย์มากมาย) ใช่ (แล้วหลักเกณฑ์อะไรที่ทำให้ คนอย่างพวกเรา เลือกอาจารย์ได้ครับ?) (และข้อที่สองคือ เนื่องจาก มีศาสนามากมายเหลือเกิน...) ก่อนอื่น ขอพูดข้อแรกก่อน แล้วค่อยพูดข้อที่สอง (โอเคครับ) ทีละคำถามนะ คนเราจำเรื่องราวทั้งหมดนี้ ไม่ได้หรอก โดยเฉพาะตัวฉันเอง

คำถามแรกคือ จะเลือกอาจารย์อย่างไร? ถ้าคุณรู้แจ้ง ในระดับหนึ่ง และรู้ได้ทันทีว่าใครกำลังพูดอะไร และหากอาจารย์ท่านนั้น อ้างว่าเป็นผู้ที่แท้จริง ท่านก็สามารถ มอบประสบการณ์แห่งแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) และเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) แห่งสวรรค์ หรือที่พำนัก แห่งสวรรค์ ที่อาจารย์ท่านนั้นเคยไปเยือนได้ แบ่งปันพลังของท่าน ให้คุณทันที และนั่นแหละ คือสิ่งที่เรียกว่าอาจารย์ที่แท้จริง นอกจากนี้ อาจารย์ที่แท้จริง สามารถปรากฏตัวได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือทางกายภาพ หรือการเดินทางใด ๆ นั่นเป็นเกณฑ์ข้อที่สอง แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น คุณต้องเลือกอาจารย์ ตามคำสอนของท่านเสียก่อน คุณสนใจหรือไม่? สมเหตุสมผลหรือไม่? ฉลาดพอหรือไม่? คำตอบนี้ช่วยตอบคำถาม ของคุณได้ทั้งหมดหรือไม่? และจงพิจารณาคุณธรรม ของท่านอาจารย์ อาจารย์ผู้นั้นไม่ได้ปรารถนาชื่อเสียง และกิเลสอย่างแท้จริงหรือไม่? นั่นคือส่วนภายนอก และสิ่งสำคัญภายในก็คือ เมื่อคุณได้รับการประทับจิตแล้ว คุณจะรู้ว่าอาจารย์ มีพลังแห่งพระเจ้าหรือไม่ และเมื่อคุณบำเพ็ญ คุณจะเห็นอาจารย์ปรากฏตัวได้ทุกที่ ทุกเวลาเพื่อช่วยเหลือคุณ และนั่นก็เป็นวิธีที่คุณจะรู้ มากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน เอาล่ะ (ผมคิดว่านี่คือ…) นั่นโอเคไหม? คุณคิดอย่างนั้นไหม? คุณเห็นด้วยหรือเปล่า? (ใช่ครับ ฟังดูคล้าย...มาก เหมือนกับ...) มิเช่นนั้นแล้ว จะระบุตัวตน ของอาจารย์ได้อย่างไร? ถ้าท่านไม่มอบเงินให้คุณ คุณจะเชื่อได้อย่างไร ว่าท่านมีเงิน? (ใช่ครับ) ดังนั้น หากท่านบรรลุธรรมแล้ว ท่านก็ควรจะประทานแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) ให้แก่คุณบ้าง หมายความว่าท่านจะทำให้คุณ บรรลุธรรมด้วย

(แต่ก็มี... บ่อยครั้งที่ผู้คนมักสับสน กับพลังเหนือธรรมชาติครับ และอาจารย์ปลอมจำนวนมาก จะบอกคุณหลายสิ่ง และให้คุณเห็นหลายสิ่ง (ใช่) แล้วคุณก็คล้อยตามพวกเขา แล้วต่อมา อย่างที่หนังสือของท่านบอก คุณก็จะถูกสิง) ใช่แล้ว (แล้วก็ต้องมีใครสักคนมา คนอย่างท่าน ที่อาจจะ มาขับไล่สิ่งเหล่านั้นออกไป แล้วท่านจะแยกแยะความแตกต่าง เล็กน้อยระหว่างอาจารย์ที่แท้จริง ผู้ที่สามารถแสดงแสงสว่าง (แห่งสวรรค์ภายใน) ได้ กับอีกคนหนึ่ง ที่ไม่สามารถแสดงได้อย่างไรครับ?) โอ้ คุณจะต้อง สำรวจหัวใจของคุณ เพื่อค้นหาอาจารย์ เมื่อลูกศิษย์พร้อม อาจารย์ก็จะปรากฏตัว หมายความว่า เมื่อจิตใจของคุณจริงใจ และบริสุทธิ์ คุณจะได้พบกับ อาจารย์ที่จริงใจและบริสุทธิ์เช่นกัน ดังนั้นจงค้นหาอาจารย์ จากภายในจิตใจของคุณ ไม่ใช่จากปรากฏการณ์ภายนอก หรือโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ดูสิ่งที่คุณต้องการ คุณต้องการพระเจ้า หรือต้องการ ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ คุณต้องการพระเจ้า หรือต้องการพลังจิต แน่นอน ถ้าเราปรารถนาพระเจ้า อย่างแท้จริง เราก็ต้องอธิษฐาน ถ้าคุณไม่แน่ใจ คุณก็อธิษฐานต่อพระเจ้าว่า "ข้าพเจ้าไม่รู้จักท่าน ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้จักท่าน แต่เพียงผู้เดียว และบูชาท่าน แต่เพียงผู้เดียว อย่าให้ผู้อื่น ชักนำข้าพเจ้าให้หลงผิดเลย" พระเจ้าจะทรงได้ยินคำอธิษฐานนั้น อย่างแน่นอน และพระองค์จะนำคุณ ไปหาอาจารย์ที่ดี ความบริสุทธิ์และความจริงใจ คือหลักประกันว่า คุณจะพบอาจารย์ที่ดีหรือไม่ดี คุณเห็นด้วยไหม? (ค่ะ/ครับ) อาจารย์สถิตอยู่ในหัวใจของคุณ

(โอเคครับ ตอนนี้มาถึงคำถามที่สองนะครับ) ใช่ (เพราะแต่ละคนมีพันธะ แตกต่างกัน) ใช่ (และนี่คือเหตุผล ว่าทำไมในพุทธศาสนา จึงมีนิกายมากมาย เช่นเดียวกับที่มีศาสนามากมาย นอกพุทธศาสนา) ใช่ (และท่านจะแนะนำให้ผู้คน ปฏิบัติตามนิกายใดบ้าง เช่น พุทธศาสนาเซน พุทธศาสนาตันตระ พุทธศาสนา สุขาวดี พุทธศาสนาเทียนไท่ หรือศาสนาคริสต์? ท่านมีคำแนะนำอะไร ที่จะให้แก่ผู้คนในที่นี้บ้างไหมครับ?) ฉันไม่แนะนำให้ใคร ทำตามสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น มีสำนักต่าง ๆ มากมายนั้น เพราะมีปรมาจารย์จำนวนมาก ที่ปรากฏตัวขึ้นในยุคสมัยต่าง ๆ กัน แล้วผู้คนก็ติดตามอาจารย์ท่านนั้น และก่อตั้งนิกายใหม่ขึ้น หลังจากที่ท่านจากไป ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิต ท่านไม่ได้ก่อตั้งนิกายใด ๆ ท่านจะปล่อยให้ผู้คนเชื่อ ในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ และไม่ได้เข้าไปแทรกแซงภูมิหลัง สถานะทางสังคม หรือความเชื่อ ทางศาสนาของผู้คน กล่าวคือ ความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขา เพราะอาจารย์ทราบว่า ทุกศาสนา ล้วนมาจากแหล่งเดียวกัน นิกายนี้จะก่อตั้งขึ้น ก็ต่อเมื่ออาจารย์ผู้รู้แจ้งท่านหนึ่ง ได้จากโลกนี้ไปแล้ว และผู้คนก็จะ รวมตัวกันรอบบุคลิก และก่อตั้งนิกายใหม่ขึ้นมา ตัวอย่างเช่น สำนักเทียนไท่ มาจากอาจารย์ ที่อาศัยอยู่บนภูเขาเทียนไท่ สำนักหลินจี้ ตั้งชื่อตามท่านอาจารย์หลินจี้ มีเพียงเท่านี้ แต่เมื่ออาจารย์จากไปแล้ว นิกายใดก็ตามก็ไร้ประโยชน์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การบรรลุธรรมผ่านอาจารย์ ท่านใดท่านหนึ่งก็ได้ ไม่ว่าท่านจะเป็นมุสลิม คริสเตียน พุทธศาสนิกชน เทียนไท่ หรือชิงกอน คุณก็ไม่สนใจ เพราะไม่ว่าอย่างไร อาจารย์ก็จะสอนสิ่งเดียวกันนี้ให้คุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในนิกายเดิมก็ตาม แต่คุณจะรู้เรื่องนี้ได้ ก็ต่อเมื่อรู้แจ้งแล้วเท่านั้น หรือบางทีคุณอาจรู้แจ้ง อยู่บ้างแล้ว และคุณก็จะเข้าใจถึงผลกระทบนั้น และต่อมา เมื่อคุณปฏิบัติตาม คำสอนของอาจารย์ท่านนั้น คุณก็จะรู้ทุกสิ่งด้วยตนเอง

และคุณจะเข้าใจว่า ไม่มีความแตกต่าง ระหว่างนิกายและศาสนา (ขอบพระคุณครับ)

(ท่านช่วยพูดเรื่องสมาธิได้ไหมคะ? ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องนี้มากนัก เช่น ท่านคิดอะไร ขณะที่ท่านกำลังนั่งสมาธิ หรือ...?) ฉันคิดอะไร? (ใช่ค่ะ หรือท่านทำอะไร? (โอเค) เหตุใดท่านจึงรู้แจ้งคะ?) เอาล่ะ เอาล่ะ การทำสมาธิคือการฟังคำแนะนำ และคำสั่งสอนของพระเจ้า แล้วทำไมเราจึงต้องนั่งสมาธิ เพื่อเป็นการจัดสรรเวลา สำหรับข้อความภายในเท่านั้นเอง ในขณะที่เรามักขอสิ่งต่าง ๆ และอธิษฐานขอสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เราก็ควรแบ่งเวลาไว้ สำหรับการฟังด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับที่คุณถาม คำถามฉัน ตอนนี้คุณต้องเงียบสักพัก และพยายามฟังสิ่งที่ฉันพูด ไม่ใช่เหรอ ทุกวันเราสวดภาวนาต่อพระเจ้าว่า "โอ้ พระเจ้า โอ้ พระพุทธเจ้า โปรดให้สิ่งนั้นแก่ฉัน โปรดบอกฉันทีว่าควรทำอย่างไร! ได้โปรดนี่ ได้โปรดนั่น..." แล้วเราก็ออกไปข้างนอก วุ่นวาย ส่งเสียงดัง พูดคุยกัน ตลอดเวลา แต่ไม่เคยฟังเลย ที่จริงแล้ว การทำสมาธิก็คือ กระบวนการแห่งความสงบนั่นเอง

แค่นั่งลง แล้วฟังว่าพระเจ้า จะตอบคำอธิษฐานของเราอย่างไร และพระพุทธเจ้า จะทรงสอนอะไรเรา เท่านี้เอง มันเป็นเรื่องง่ายมาก คุณถาม และคุณต้องการคำตอบ ดังนั้น เมื่อเราต้องการคำตอบ เราต้องเงียบและตั้งใจฟัง นั่นเรียกว่าการทำสมาธิ ประมาณนั้น (แต่ท่านพูดซ้ำบางคำหรือเปล่า... หรืออะไรบางอย่างแบบนี้?) คุณต้องไม่ทำซ้ำอะไร แต่ถึงอย่างนั้น คนส่วนใหญ่ ก็มักจะพูดซ้ำเรื่องเดิม ๆ อยู่ดี คุณนั่งอยู่ตรงนั้น แล้วคุณอาจจะพูดซ้ำ [คำพูดของ] สามีคุณ เมื่อวานนี้ก็ได้ หรือคุณอาจจะนึกถึงใครบางคน หรือคุณอาจนึกถึงธุรกิจของคุณ เงินของคุณ ความวิตกกังวลของคุณ หรือความหงุดหงิดของคุณ... ดังนั้นบางครั้ง อาจารย์จึงคิดว่าเหมาะสมที่จะให้คุณ ท่องพระนามของพระเจ้า หรือพระพุทธเจ้าบางองค์ เพื่อให้จิตใจสงบลง และแทนที่ ความตื่นเต้นวุ่นวายเหล่านั้น แต่การท่องพระนามพระเจ้าซ้ำ ๆ ไม่ได้ทำให้คุณเข้าใกล้พระเจ้า ความปรารถนา ศรัทธา และพลังจากอาจารย์ คือสิ่งที่ช่วยในการทำสมาธิ (ขอบพระคุณค่ะ) มีอะไรอีกไหม? (ไม่มีค่ะ) ไม่มีเหรอ? ดีแล้ว

Photo Caption: “เติมความสดใสให้โลกได้ทุกที่”

ดาวน์โหลดรูปภาพ   

รับชมเพิ่มเติม
ทุกตอน (8/15)
รับชมเพิ่มเติม
วีดีโอล่าสุด
ข่าวเด่น
2026-06-17
705 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-06-17
591 รับชม
รายการสั้น
2026-06-17
371 รับชม
33:29

ข่าวเด่น

1 รับชม
ข่าวเด่น
2026-06-16
1 รับชม
ข่าวเด่น
2026-06-16
937 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-06-16
891 รับชม
แบ่งปัน
แบ่งปันไปที่
ฝัง
เริ่มที่
ดาวน์โหลด
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือ
ไอโฟน
แอนดรอยด์
รับชมในบราวเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ
GO
GO
แอพ
สแกนโค้ดคิวอาร์ เลือกระบบโทรศัพท์ที่ถูกต้อง เพื่อดาวโหลด
ไอโฟน
แอนดรอยด์
Prompt
OK
ดาวน์โหลด